สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔ ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ณ โรงแรมเวลาดี นครพนม จังหวัดนครพนม มีผู้เข้าร่วม 147 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ ควรมุ่งเน้นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยพัฒนาคนทุกช่วงวัย และส่งเสริมหลักสูตรการศึกษาที่สามารถใช้ประกอบอาชีพได้จริง การขับเคลื่อนการพัฒนาควรบูรณาการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ การเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีการเกษตร การยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างแบรนด์สินค้าให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมเพื่อดึงดูดการลงทุน เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การลดขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การกระจายอำนาจเพื่อให้พื้นที่มีส่วนในการตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ การสนับสนุนการดูแลเด็กแรกเกิดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของพัฒนาการเด็ก พัฒนาหลักสูตรการศึกษาและคุณภาพของนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยเฉพาะการเพิ่มทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ลดปัญหา P.M.2.5 เพิ่มมาตรการจูงใจเพื่อลดการเผาด้วยการสนับสนุนงบประมาณไถกลบ แทนการใช้กลไกทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว และผลักดันพลังงานชุมชนโดยบูรณาการแผนพลังงานสะอาดสู่แผนพัฒนาพื้นที่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าอย่างยั่งยืน และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ การสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับศักยภาพของคนและพื้นที่ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือเครือข่ายสถาบันการศึกษากับภาคธุรกิจ


ข่าว/ภาพ : สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สพอ.)

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ณ จังหวัดนครปฐม

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ณ จังหวัดนครปฐม

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ประธานคณะกรรมการด้านการถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม นายสุรรัฐ เนียมกลาง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน และนายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม) ณ โรงแรม ไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม

พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งภาคการผลิตและภาคบริการมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสนับสนุนการพัฒนาของประเทศในมิติต่าง ๆ รวมทั้งความพร้อมด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสนามบิน ท่าเรือ และ นิคมอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ซึ่งมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ภายใต้ 5 เสาหลักการพัฒนาสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ ภาครัฐ ทุนมนุษย์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทั้งนี้การแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและการตอบที่ดีจากผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน เป็นผู้แทนจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และกลุ่มผู้เปราะบาง นอกจากนี้ เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความคาดหวังว่าร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับใหม่ จะเป็นแผนที่เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนได้จริงมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเข้มแข็ง มีแนวทางที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม และกระจายการพัฒนาไปสู่ทุกกลุ่มคนและทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สศช. ได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เนื่องจาก สศช. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างกรอบแผนฯ ฉบับที่ 14 ผ่านการแสดงบทบาทสมมติ (Role Play) และการจัดบูธนิทรรศการสรุปสาระสำคัญและรับฟังความคิดเห็นของแต่ละเสาหลักการพัฒนา เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ร่างแผนฯ และดึงดูดการมีส่วนร่วมของเยาวชนได้แสดงความความคิดเห็นและมุมมองต่าง ๆ ต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 14 ได้อย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีนักเรียน/นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม และมหาวิทยาลัยคริสเตียนเข้าร่วมกว่า 150 คน

ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1lGyILITILLUQkSs3gWkCbt2cmVlbnSKn?usp=sharing


ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน (กพข.)
ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี

เริ่มแล้ว! สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่

เริ่มแล้ว! สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ และได้ออกแบบแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ จำนวน 5 กลุ่ม ที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม โดยการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดแรก เพื่อให้ภาคีการพัฒนาในระดับพื้นที่ได้สะท้อนมุมมองความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยการรับฟังความคิดเห็นแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 กิจกรรม คือ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหลัก ร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน ดังนี้

เวทีการรับฟังความเห็นหลัก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคจังหวัดตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย และบึงกาฬ) ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดอุดรธานี มีผู้เข้าร่วมกว่า 140 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ และการให้ความสำคัญกับชุมชนในการร่วมกำหนดและขับเคลื่อนการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการปรับรูปแบบการผลิตให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้างสรรค์ผ่านการสร้างแบรนด์และพัฒนาตลาดดิจิทัล เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ แก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การประเมินและแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดความเสี่ยงด้านการทุจริต เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ สร้างความมั่นคงทางรายได้และคุณภาพชีวิตควบคู่กับการเพิ่มจำนวนประชากร พัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะภาคเกษตรให้มีศักยภาพ เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ส่งเสริมกลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นการบังคับใช้อย่างจริงจัง และปรังปรุงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางแบบ One Stop Service เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับนักเรียนและนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมีนักศึกษาจาก มรภ.อุดรธานี และเยาวชนจากเครือข่ายของ มรภ.อุดรธานี เข้าร่วมกว่า 300 คน โดยมีการแสดงความคิดเห็นสำคัญต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่ม เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้ยึดหลักความสามารถ ลดระบบอุปถัมภ์ และมีความโปร่งใสด้านงบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ พิจารณาปรับปรุงกฎหมายและจัดสวัสดิการที่เอื้อต่อการมีบุตรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม อาทิ การเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ กำหนดมาตรฐานสวัสดิการแรงงานต่างด้าวให้เป็นธรรม เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพิ่มการลงทุนในด้านทุนมนุษย์ เพื่อสร้างคนให้มีคุณภาพเป็นพลเมืองดีของโลก ส่งเสริมการจัดการขยะและของเสียอย่างจริงจังเพื่อลดโลกร้อน และ เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดการนำเข้าและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สะท้อนความเป็นไทย (Soft Power)

การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจนถึงเดือนมีนาคม รวมทั้ง สศช. ได้เปิดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้โดยสะดวกและทั่วถึง และคาดหวังว่าทุกความคิดเห็นจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่ซ่อมรากฐานและสร้างอนาคตประเทศไปด้วยกัน พร้อมมุ่งสู่การเพิ่มผลิตภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป

ข่าว/ภาพ : กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)