สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ณ จังหวัดนครสวรรค์

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ณ จังหวัดนครสวรรค์

   เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายสุรรัฐ เนียมกลาง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน และนายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วยจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี ณ โรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครสวรรค์

นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยมีจุดเด่นด้านความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ด้านการเกษตร อัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรม ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และความพร้อมด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง และภูมิภาคอื่นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการค้า การลงทุน และการกระจายความเจริญสู่พื้นที่โดยรอบ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ภายใต้ 5 เสาหลักการพัฒนาสำคัญ ได้แก่ การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปภาครัฐ การยกระดับทุนมนุษย์ การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม

          ในการระดมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ครั้งนี้ สศช. ได้รับความร่วมมือและการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมจำนวน 135 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม โดยเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมจะเป็นส่วนสำคัญในการซ่อมแซมจุดเปราะบางและเสริมจุดแข็ง และสร้างโอกาสสำหรับอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยที่ประชุมมีความเห็นต่อเสาหลักการพัฒนา ดังนี้

          เสาที่ 1 เศรษฐกิจ มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาคให้มากขึ้น โดยคำนึงถึงศักยภาพและอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง

          เสาที่ 2 ภาครัฐ มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการภาครัฐ รวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการปฏิบัติงาน ให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          เสาที่ 3 ทุนมนุษย์ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของกำลังแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรในปัจจุบัน

          เสาที่ 4 ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาทรัพยากรของประเทศ  

          เสาที่ 5 เทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้ซื้อและผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างและผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี” เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 นอกจากนี้ ในวันที่ 6 มีนาคม 2569 สศช. ได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์และนักเรียนจากโรงเรียนนครสวรรค์ เข้าร่วมเป็นจำนวนรวม 91 คน ซึ่ง สศช. ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และจัดกิจกรรมระดมสมอง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ได้อย่างเต็มที่ โดยได้รับความเห็นจากเยาวชนในการพัฒนาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และคุณภาพชีวิตพื้นฐาน อีกทั้ง สศช. ได้เปิดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากขึ้น

ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่
https://nesdcgoth-my.sharepoint.com/:f:/g/personal/saranrat_nesdc_go_th/IgBJKJyHOBm4QK1RiVzwzbGLAV5o80gXU8KO2tUOqpsnQuc?e=RiVYfJ

ข่าว/ภาพ : กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน

สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ณ โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนประมาณ 155 คน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและภาคประชาสังคม โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ ควรให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำและเสริมสร้างความมั่นคงให้ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดตามลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหาและกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้

เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและคาร์บอนต่ำ การผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมทั้งส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง และการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับการลงทุนภาคอุตสาหกรรม

เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ การปรับบทบาทภารกิจภาครัฐให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนา พร้อมทั้งส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการกำหนดตัวชี้วัด เพื่อตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน ผลักดันการกระจายอำนาจ ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และระบบภาษีให้เอื้อต่อการพัฒนา และรวมศูนย์ระบบฐานข้อมูล เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตควบคู่กับการพัฒนาสุขภาวะทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การปรับระบบสวัสดิการสังคมให้มีประสิทธิภาพ เตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยพัฒนาทักษะใหม่ให้แก่แรงงานและผู้สูงวัย รวมทั้งสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศ เพื่อเสริมสร้างทุนมนุษย์ให้มีศักยภาพรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างยั่งยืน

เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยจัดทำแผนแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรสีเขียวและการพัฒนาอย่างสมดุล การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง รวมถึงกำหนดมาตรการจูงใจทางภาษีและกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ การพัฒนาด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างมียุทธศาสตร์ โดยกำหนดสาขาเป้าหมายที่ชัดเจนและลงทุนในเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับทิศทางโลก พร้อมทั้งเชื่อมโยงงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาไปสู่การใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์ สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรให้เข้าถึงทุนวิจัยและตลาดมากขึ้น รวมทั้งสร้างแรงจูงใจด้านการลงทุนและมาตรการเปิดตลาดต่างประเทศ ตลอดจนเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาเพื่อยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ การปรับเป้าหมายและทิศทางของแผนให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเน้นการกำหนดประเด็นปัญหา (Issue-based) มากกว่าการกำหนดภาพกว้างเชิงนามธรรม พร้อมทั้งเร่งปฏิรูประบบราชการและการแบ่งภารกิจระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนแผน และควรให้ความสำคัญกับการบูรณาการการทำงาน การติดตามประเมินผล และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเหมาะสม รวมถึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเชิงลึกในแต่ละเสา เพื่อให้การจัดทำแผนมีความรอบด้านและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง


ข่าว/ภาพ : สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคกลาง (สพก.)

นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สศช. เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างแผน 14 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

สศช. เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างแผน 14 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ในระดับพื้นที่ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ โดยได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จังหวัดเชียงราย แบ่งเป็นกลุ่มภาคเช้า เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและเยาวชน รวมกว่า 180 คน และกลุ่มภาคบ่ายร่วมกับมูลนิธิพัฒนาไท เปิดรับฟังความคิดเห็นจากวุฒิอาสาธนาคารสมองและเครือข่ายการทำงาน

ในภาคเช้า เริ่มต้นโดยนางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พร้อมนำเสนอวัตถุประสงค์ สาระสำคัญ และแนวทางพัฒนาในร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความท้าทายจากการที่ตัวชี้วัดหลายตัวในแผนฉบับปัจจุบันยังไม่บรรลุเป้าหมาย ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี พ.ศ. 2576 แนวทางการพัฒนาในแผนฯ 14 จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อซ่อมแซมจุดเปราะบางและสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยตั้งอยู่บน 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปภาครัฐ การยกระดับทุนมนุษย์ การสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรม ทั้งนี้ สศช. คาดหวังว่าแผนฉบับนี้จะเป็นแผนที่ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าของ และสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม จากนั้น การระดมความคิดเห็น ได้แบ่งออกเป็นห้องย่อยตาม 5 เสาหลักการพัฒนา และมีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นตามความเชี่ยวชาญและความสนใจอย่างเต็มที่

นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ภาคบ่าย ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 จากวุฒิอาสาธนาคารสมองและเครือข่ายการทำงาน ซึ่งถือเป็นภาคีสำคัญของ สศช. ในการขับเคลื่อนการพัฒนาระดับพื้นที่ โดยมีวุฒิอาสาฯ และเครือข่ายจากทั้ง 4 จังหวัดเข้าร่วม รวมจำนวน 21 คน ครอบคลุมสาขาความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย การประชุมเริ่มจากนางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาไท กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ และ ดร.ปฏิมา จงเจริญธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการกองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ นำเสนอภาพรวมของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ซึ่งเวทีนี้เปิดกว้างให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกันในทุกประเด็นของเสาหลักการพัฒนา

วุฒิอาสาธนาคารสมอง และเครือข่ายการทำงาน (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน)

สำหรับผลการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย มีความเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้

เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตและตลาด การส่งเสริมช่องทางการเข้าถึงและผลิตภัณฑ์สินเชื่อ SMEs ใหม่ ๆ และการพัฒนาเศรษฐกิจครัวเรือนและเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผนวกกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าหรือบริการในชุมชน รวมถึงมาตรการจัดการสินค้าเกษตรที่ไม่ได้คุณภาพจากต่างประเทศ

เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ มุ่งเน้นการยกระดับธรรมาภิบาลด้วยระบบตรวจสอบการทุจริตที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ควบคู่กับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างครอบคลุมทั้งด้านภารกิจ งบประมาณ และอำนาจตัดสินใจ โดยเฉพาะการกำหนดพื้นที่พิเศษระดับจังหวัดเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติด้วยตนเอง พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ภาครัฐดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบโดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนกระบวนการทำงานและตรวจสอบจากเอกสารสู่ระบบดิจิทัล ตลอดจนควบรวมกฎหมายและหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ โดยสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มคนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านต่าง ๆ มีบุตรและให้ชุมชนเป็นกลไกในการส่งเสริมครอบครัวเข้มแข็ง การปฏิรูปการเรียนรู้บนฐานทุนวัฒนธรรมชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นผนวกกับองค์ความรู้สมัยใหม่ ส่งเสริมการเรียนควบศาสตร์ รวมถึงการจัดสวัสดิการพื้นฐานที่สร้างแรงจูงใจเชิงบวกในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น มอบ Voucher สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี

เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการบูรณาการการจัดสรรน้ำตามหลักชลศาสตร์และระบบนิเวศผ่านการใช้เทคโนโลยี IoT และฐานข้อมูล ONE MAP พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน กำหนดมาตรการจัดการขยะตั้งแต่ระดับครัวเรือน มาตรการจัดการสารพิษปนเปื้อน ตลอดจนส่งเสริมและกำหนดมาตรการจูงใจผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจที่เป็นเกษตรรูปแบบใหม่ เช่น ไบโอชา เพื่อความสมดุลและความมั่นคงทางทรัพยากรอย่างครบวงจร

เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ การสร้างระบบนิเวศที่ผลักดันนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ การยกระดับอุทยานวิทยาศาสตร์ในแต่ละภูมิภาคเพื่อเป็นฐานการสร้างนวัตกรรมต้นแบบ (Prototype) ที่ออกสู่ตลาดได้จริง การกำหนดสัดส่วนงบประมาณเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่มาจากการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน สถาบันการศึกษาและสถาบันการวิจัยและท้องถิ่น เพื่อสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาในพื้นที่

ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจนถึงเดือนมีนาคม นอกจากนี้ ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th โดยทุกความคิดเห็นจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่จะร่วมซ่อมรากฐานและสร้างอนาคตประเทศ มุ่งยกระดับผลิตภาพ พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป

ข่าว/ภาพ : กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม (กขส.) และกองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม (กสท.)

สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔ ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ณ โรงแรมเวลาดี นครพนม จังหวัดนครพนม มีผู้เข้าร่วม 147 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ ควรมุ่งเน้นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยพัฒนาคนทุกช่วงวัย และส่งเสริมหลักสูตรการศึกษาที่สามารถใช้ประกอบอาชีพได้จริง การขับเคลื่อนการพัฒนาควรบูรณาการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ การเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีการเกษตร การยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างแบรนด์สินค้าให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมเพื่อดึงดูดการลงทุน เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การลดขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การกระจายอำนาจเพื่อให้พื้นที่มีส่วนในการตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ การสนับสนุนการดูแลเด็กแรกเกิดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของพัฒนาการเด็ก พัฒนาหลักสูตรการศึกษาและคุณภาพของนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยเฉพาะการเพิ่มทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ลดปัญหา P.M.2.5 เพิ่มมาตรการจูงใจเพื่อลดการเผาด้วยการสนับสนุนงบประมาณไถกลบ แทนการใช้กลไกทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว และผลักดันพลังงานชุมชนโดยบูรณาการแผนพลังงานสะอาดสู่แผนพัฒนาพื้นที่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าอย่างยั่งยืน และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ การสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับศักยภาพของคนและพื้นที่ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือเครือข่ายสถาบันการศึกษากับภาคธุรกิจ


ข่าว/ภาพ : สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สพอ.)

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ณ จังหวัดนครปฐม

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ณ จังหวัดนครปฐม

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ประธานคณะกรรมการด้านการถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม นายสุรรัฐ เนียมกลาง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน และนายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม) ณ โรงแรม ไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม

พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งภาคการผลิตและภาคบริการมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสนับสนุนการพัฒนาของประเทศในมิติต่าง ๆ รวมทั้งความพร้อมด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสนามบิน ท่าเรือ และ นิคมอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ซึ่งมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ภายใต้ 5 เสาหลักการพัฒนาสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ ภาครัฐ ทุนมนุษย์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทั้งนี้การแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและการตอบที่ดีจากผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน เป็นผู้แทนจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และกลุ่มผู้เปราะบาง นอกจากนี้ เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความคาดหวังว่าร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับใหม่ จะเป็นแผนที่เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนได้จริงมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเข้มแข็ง มีแนวทางที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม และกระจายการพัฒนาไปสู่ทุกกลุ่มคนและทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สศช. ได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เนื่องจาก สศช. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างกรอบแผนฯ ฉบับที่ 14 ผ่านการแสดงบทบาทสมมติ (Role Play) และการจัดบูธนิทรรศการสรุปสาระสำคัญและรับฟังความคิดเห็นของแต่ละเสาหลักการพัฒนา เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ร่างแผนฯ และดึงดูดการมีส่วนร่วมของเยาวชนได้แสดงความความคิดเห็นและมุมมองต่าง ๆ ต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 14 ได้อย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีนักเรียน/นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม และมหาวิทยาลัยคริสเตียนเข้าร่วมกว่า 150 คน

ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1lGyILITILLUQkSs3gWkCbt2cmVlbnSKn?usp=sharing


ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน (กพข.)
ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี

เริ่มแล้ว! สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่

เริ่มแล้ว! สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ และได้ออกแบบแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ จำนวน 5 กลุ่ม ที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม โดยการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดแรก เพื่อให้ภาคีการพัฒนาในระดับพื้นที่ได้สะท้อนมุมมองความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยการรับฟังความคิดเห็นแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 กิจกรรม คือ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหลัก ร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน ดังนี้

เวทีการรับฟังความเห็นหลัก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคจังหวัดตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย และบึงกาฬ) ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดอุดรธานี มีผู้เข้าร่วมกว่า 140 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ และการให้ความสำคัญกับชุมชนในการร่วมกำหนดและขับเคลื่อนการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการปรับรูปแบบการผลิตให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้างสรรค์ผ่านการสร้างแบรนด์และพัฒนาตลาดดิจิทัล เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ แก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การประเมินและแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดความเสี่ยงด้านการทุจริต เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ สร้างความมั่นคงทางรายได้และคุณภาพชีวิตควบคู่กับการเพิ่มจำนวนประชากร พัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะภาคเกษตรให้มีศักยภาพ เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ส่งเสริมกลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นการบังคับใช้อย่างจริงจัง และปรังปรุงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางแบบ One Stop Service เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับนักเรียนและนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมีนักศึกษาจาก มรภ.อุดรธานี และเยาวชนจากเครือข่ายของ มรภ.อุดรธานี เข้าร่วมกว่า 300 คน โดยมีการแสดงความคิดเห็นสำคัญต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่ม เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้ยึดหลักความสามารถ ลดระบบอุปถัมภ์ และมีความโปร่งใสด้านงบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ พิจารณาปรับปรุงกฎหมายและจัดสวัสดิการที่เอื้อต่อการมีบุตรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม อาทิ การเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ กำหนดมาตรฐานสวัสดิการแรงงานต่างด้าวให้เป็นธรรม เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพิ่มการลงทุนในด้านทุนมนุษย์ เพื่อสร้างคนให้มีคุณภาพเป็นพลเมืองดีของโลก ส่งเสริมการจัดการขยะและของเสียอย่างจริงจังเพื่อลดโลกร้อน และ เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดการนำเข้าและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สะท้อนความเป็นไทย (Soft Power)

การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจนถึงเดือนมีนาคม รวมทั้ง สศช. ได้เปิดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้โดยสะดวกและทั่วถึง และคาดหวังว่าทุกความคิดเห็นจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่ซ่อมรากฐานและสร้างอนาคตประเทศไปด้วยกัน พร้อมมุ่งสู่การเพิ่มผลิตภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป

ข่าว/ภาพ : กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)