สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

สศช. รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วย นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔ ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ณ โรงแรมเวลาดี นครพนม จังหวัดนครพนม มีผู้เข้าร่วม 147 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ ควรมุ่งเน้นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยพัฒนาคนทุกช่วงวัย และส่งเสริมหลักสูตรการศึกษาที่สามารถใช้ประกอบอาชีพได้จริง การขับเคลื่อนการพัฒนาควรบูรณาการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ การเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีการเกษตร การยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างแบรนด์สินค้าให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมเพื่อดึงดูดการลงทุน เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การลดขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การกระจายอำนาจเพื่อให้พื้นที่มีส่วนในการตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ การสนับสนุนการดูแลเด็กแรกเกิดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของพัฒนาการเด็ก พัฒนาหลักสูตรการศึกษาและคุณภาพของนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยเฉพาะการเพิ่มทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ลดปัญหา P.M.2.5 เพิ่มมาตรการจูงใจเพื่อลดการเผาด้วยการสนับสนุนงบประมาณไถกลบ แทนการใช้กลไกทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว และผลักดันพลังงานชุมชนโดยบูรณาการแผนพลังงานสะอาดสู่แผนพัฒนาพื้นที่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าอย่างยั่งยืน และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ การสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับศักยภาพของคนและพื้นที่ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือเครือข่ายสถาบันการศึกษากับภาคธุรกิจ


ข่าว/ภาพ : สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สพอ.)

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ณ จังหวัดนครปฐม

สศช. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ณ จังหวัดนครปฐม

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ประธานคณะกรรมการด้านการถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม นายสุรรัฐ เนียมกลาง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน และนายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม) ณ โรงแรม ไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม

พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งภาคการผลิตและภาคบริการมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสนับสนุนการพัฒนาของประเทศในมิติต่าง ๆ รวมทั้งความพร้อมด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสนามบิน ท่าเรือ และ นิคมอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ซึ่งมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ภายใต้ 5 เสาหลักการพัฒนาสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ ภาครัฐ ทุนมนุษย์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทั้งนี้การแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและการตอบที่ดีจากผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน เป็นผู้แทนจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และกลุ่มผู้เปราะบาง นอกจากนี้ เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความคาดหวังว่าร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับใหม่ จะเป็นแผนที่เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนได้จริงมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเข้มแข็ง มีแนวทางที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม และกระจายการพัฒนาไปสู่ทุกกลุ่มคนและทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สศช. ได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เนื่องจาก สศช. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างกรอบแผนฯ ฉบับที่ 14 ผ่านการแสดงบทบาทสมมติ (Role Play) และการจัดบูธนิทรรศการสรุปสาระสำคัญและรับฟังความคิดเห็นของแต่ละเสาหลักการพัฒนา เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ร่างแผนฯ และดึงดูดการมีส่วนร่วมของเยาวชนได้แสดงความความคิดเห็นและมุมมองต่าง ๆ ต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 14 ได้อย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีนักเรียน/นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม และมหาวิทยาลัยคริสเตียนเข้าร่วมกว่า 150 คน

ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1lGyILITILLUQkSs3gWkCbt2cmVlbnSKn?usp=sharing


ข่าว : กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน (กพข.)
ภาพ : เมฐติญา วงษ์ภักดี

เริ่มแล้ว! สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่

เริ่มแล้ว! สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการจัดทำร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ และได้ออกแบบแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ จำนวน 5 กลุ่ม ที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม โดยการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดแรก เพื่อให้ภาคีการพัฒนาในระดับพื้นที่ได้สะท้อนมุมมองความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยการรับฟังความคิดเห็นแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 กิจกรรม คือ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหลัก ร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน ดังนี้

เวทีการรับฟังความเห็นหลัก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคจังหวัดตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย และบึงกาฬ) ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดอุดรธานี มีผู้เข้าร่วมกว่า 140 คน โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในภาพรวม อาทิ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ และการให้ความสำคัญกับชุมชนในการร่วมกำหนดและขับเคลื่อนการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการปรับรูปแบบการผลิตให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้างสรรค์ผ่านการสร้างแบรนด์และพัฒนาตลาดดิจิทัล เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ อาทิ แก้ไขปัญหาความล่าช้าและซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงานภาครัฐ การประเมินและแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดความเสี่ยงด้านการทุจริต เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ อาทิ สร้างความมั่นคงทางรายได้และคุณภาพชีวิตควบคู่กับการเพิ่มจำนวนประชากร พัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะภาคเกษตรให้มีศักยภาพ เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ ส่งเสริมกลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นการบังคับใช้อย่างจริงจัง และปรังปรุงการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ และเสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ จัดทำระบบฐานข้อมูลกลางแบบ One Stop Service เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมร่วมกับเยาวชน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับนักเรียนและนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมีนักศึกษาจาก มรภ.อุดรธานี และเยาวชนจากเครือข่ายของ มรภ.อุดรธานี เข้าร่วมกว่า 300 คน โดยมีการแสดงความคิดเห็นสำคัญต่อ 5 เสาหลักการพัฒนา ดังนี้ เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่ม เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้ยึดหลักความสามารถ ลดระบบอุปถัมภ์ และมีความโปร่งใสด้านงบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์ พิจารณาปรับปรุงกฎหมายและจัดสวัสดิการที่เอื้อต่อการมีบุตรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม อาทิ การเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ กำหนดมาตรฐานสวัสดิการแรงงานต่างด้าวให้เป็นธรรม เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพิ่มการลงทุนในด้านทุนมนุษย์ เพื่อสร้างคนให้มีคุณภาพเป็นพลเมืองดีของโลก ส่งเสริมการจัดการขยะและของเสียอย่างจริงจังเพื่อลดโลกร้อน และ เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดการนำเข้าและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สะท้อนความเป็นไทย (Soft Power)

การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระดับพื้นที่ จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจนถึงเดือนมีนาคม รวมทั้ง สศช. ได้เปิดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 14thplan.nesdc.go.th เพื่อให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้โดยสะดวกและทั่วถึง และคาดหวังว่าทุกความคิดเห็นจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่ซ่อมรากฐานและสร้างอนาคตประเทศไปด้วยกัน พร้อมมุ่งสู่การเพิ่มผลิตภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป

ข่าว/ภาพ : กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)

สศช. จัดรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ต่อไป

สศช. จัดรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ต่อไป

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศร่วมกัน พร้อมนำความเห็นไปประกอบการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) โดย สำนักงานฯ ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นระดับพื้นที่เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ณ จังหวัดขอนแก่น และได้ดำเนินการต่อเนื่องจนครบทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยกลุ่มจังหวัดสุดท้าย คือ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่จากหลากหลายภาคส่วน อาทิ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัด (YEC) และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ โดยมีประเด็นความเห็นที่สำคัญสรุปได้ดังนี้
 
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ) : เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นางสาววรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ณ โรงแรมเซ็นทาราจังหวัดอุบลราชธานี โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นถึงทิศทางการพัฒนาประเทศที่ต้องให้ความสำคัญ อาทิ การจัดการทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่ควรสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการยกระดับระบบการศึกษาและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันภาครัฐ ด้วยการยกระดับธรรมาภิบาล ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และส่งเสริมการใช้ทั้งหลักนิติธรรม (Rule of Law) ควบคู่กับหลักนิติรัฐ (Legal State) เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคมไทย นอกจากนี้ ยังเสนอแนะให้มีการนำแผนฯ 14 ไปทำการทดลองในพื้นที่ทดลอง (Sandbox) กับกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มภาคเอกชน และภาคราชการ โดยเลือกโครงการสำคัญนำไปทดลองดำเนินการ รวมทั้งนำองค์ความรู้จากงานวิจัยในระดับพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้สามารถเข้าใจปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งมีระบบติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
 
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และบึงกาฬ) : เมื่อวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดอุดรธานี โดยที่ประชุมฯ ให้ความสำคัญกับจุดเน้นการพัฒนาที่ครอบคลุมหลายมิติ ดังนี้ การพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมและประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) การพัฒนาแพทย์แผนไทยและยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย อาหารและสินค้าพื้นเมือง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการบริการเชิงสุขภาพ การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ทั่วถึงและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งการเร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและปลูกฝังค่านิยมคุณธรรมที่ถูกต้อง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น ในการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้สามารถเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
 
กลุ่มจังหวัดตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์) : เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นางภาวิณา อัศวมณีกุล รองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีหารือรับฟังความเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะกลุ่ม เด็ก เยาวชน และผู้สูงวัย โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีวิจารณญาณ การส่งเสริมภาคเกษตรและการท่องเที่ยวด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านการท่องเที่ยว การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตในภาคการเกษตร และการสร้างข้อมูลกลางด้านการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการประชาสัมพันธ์บนช่องทางที่มีความหลากหลาย การยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน (Upskill & Reskill) ให้ตรงกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งปรับปรุงและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ได้มีการเสนอให้มีการเชื่อมโยงแผนระดับชาติสู่ระดับท้องถิ่น เพื่อให้แผนพัฒนาฯ มีการนำไปใช้ประโยน์ได้จริง ตลอดจนจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับพื้นที่ และจัดทำการสื่อสารแผนให้ประชาชนสามารถเข้าใจง่ายผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้สะดวก
 
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) : เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยนางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน 2 ณ โรงแรมเอ็ม เจ เดอะมาเจสติค จังหวัดสกลนคร โดยที่ประชุมฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และส่งเสริมการเรียนรู้แก่คนทุกช่วงวัย การยกระดับผู้ประกอบการ SME ด้วยการอบรมทักษะและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจในพื้นที่ ตลอดจนการปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการสร้างแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางภาครัฐ (One Platform) เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาประเทศ และการปรับปรุงระเบียบกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ควรจัดทำกลยุทธ์การสื่อสารแผนพัฒนาฯ ให้สามารถเข้าใจง่าย โดยประยุกต์ใช้สื่อเข้ามาช่วยการประชาสัมพันธ์ให้แผนสามารถลงถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในและสร้างแรงจูงใจในการนำแผนพัฒนาฯ มาขับเคลื่อนและเกิดประโยชน์ถึงระดับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง
 
โดยสรุป ผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเห็นว่า กรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ควรมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตร โดยสนับสนุนทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้ทั่วถึงและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก การปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการสร้างแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางภาครัฐ (One Platform) เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันภาครัฐ ด้วยการยกระดับธรรมาภิบาล ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง 
 
ในขั้นตอนต่อไป สศช. จะนำความเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับไปใช้ประกอบการวิเคราะห์และประมวลผล โดยที่ในระหว่างนี้ ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถเข้ามาให้ความเห็นเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่คาดว่าจะสามารถเปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามาแสดงความเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ สศช. จะนำเรียนความก้าวหน้าการดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ผ่านช่องทางการสื่อสารหลักของ สศช. โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้ที่ กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.) โทร 02 280 4085 ต่อ 4425 หรือ srd@nesdc.go.th
 
ข่าว: กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)
ภาพ: กลุ่มประชาสัมพันธ์และห้องสมุดสุริยานุวัตร (ปส.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สพอ.)

การรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ

การรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ เพื่อประกอบการจัดทำกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดให้มีการรับฟังความเห็นในระดับพื้นที่ 18 กลุ่มจังหวัด เพื่อให้กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ อยู่บนหลักการของการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยการรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
 
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี) : เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 นางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ณ โรงแรม เดอะ พาราดิโซ เจเค ดีไซน์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยที่ประชุมฯ ให้ความสำคัญกับการมุ่งพัฒนาภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศกำลังพัฒนา การเร่งผลักดันนโยบายการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค การปรับแก้โครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความได้เปรียบในเรื่องการแข่งขันให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น และการส่งเสริมภาคการเกษตรของไทยให้สามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตในราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มุ่งเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจในการเชื่อมโยงแผน 3 ระดับแก่ทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการ ซึ่งจะช่วยให้การขับเคลื่อนสามารถตอบสนองความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง
 
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก) : เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยนางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ณ โรงแรมแกรนด์ ริเวอร์ไซด์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาประเทศที่ควรให้ความสำคัญ อาทิ การพัฒนาคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมที่เป็นธรรม เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงในทุกโอกาสและมีความยุติธรรม การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการทำงานของภาครัฐให้สอดรับกับบริบทปัจจุบัน รวมทั้งการส่งเสริมให้นำงานวิจัย
มาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า เพื่อก่อให้เกิดเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมเสนอแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาฯ ให้มีความยืดหยุ่นและมีตัวชี้วัดที่เหมาะสม รวมทั้งจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับการถ่ายโอนภารกิจให้แก่หน่วยงานในระดับท้องถิ่น เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนโครงการตามแผนพัฒนาฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่และน่าน) : เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการ ฯ พร้อมด้วยนางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีหารือรับฟังความเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ณ โรงแรมแสน โฮเทล จังหวัดเชียงราย โดยที่ประชุมมุ่งเน้นการผลักดันพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มจังหวัดให้เป็นโครงข่ายการคมนาคมขนส่งแบบครบวงจร ที่สามารถสนับสนุนการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ไปยังต่างประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่ช่วยลดอุปสรรคและเพิ่มความสะดวกให้กับการค้าการลงทุนในพื้นที่ ตลอดจนการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรไทย โดยการสนับสนุนให้ผลิตผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานและสามารถจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เสนอให้บูรณาการภาครัฐที่เกี่ยวข้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนมีความต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งจัดทำกลยุทธ์การสื่อสารแผนพัฒนาฯ ที่เข้าใจง่ายในวงกว้าง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจแผนพัฒนาฯ และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
 
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูนและลำปาง) : วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. ร่วมหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ณ โรงแรม ดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคนไทยผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย และการปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้ SME สามารถแข่งขันกับแหล่งทุนขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นธรรม โดยที่ประชุมยังได้เสนอแนวทางการนำแผนพัฒนาฯ ไปใช้ประโยชน์ โดยจัดทำแผนพัฒนาฯ ที่แสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหา เพื่อสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจถึงทิศทางการพัฒนาของประเทศที่ควรให้ความสำคัญ รวมทั้งทดลองให้เอกชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) และเมื่อประสบผลสำเร็จจึงขยายผลต่อเนื่องในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
 
โดยสรุป ผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ มีความเห็นว่า กรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ควรมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงการบริหารจัดการภาครัฐ รวมทั้งกฎระเบียบต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนผ่านการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและสร้างสังคมที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเร่งพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดึงดูดโอกาสการลงทุนจากทั้งในและนอกประเทศ โดยตลอดช่วงการลงพื้นที่ทั้ง 4 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ สศช. ได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์และหลากหลายจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะถูกรวบรวมและนำมาประมวลผลร่วมกับความคิดเห็นจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิในเชิงลึกรายบุคคล รวมทั้งข้อมูลความคิดเห็นสาธารณะจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งนี้ สศช. จะนำเรียนความก้าวหน้าการดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ผ่านช่องทางการสื่อสารหลักของ สศช. โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้ที่ กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.) โทร 02 280 4085 ต่อ 4425 หรือ srd@nesdc.go.th
 
เรื่อง: กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)
ภาพ: กลุ่มประชาสัมพันธ์และห้องสมุดสุริยานุวัตร (ปส.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ (สพน.)

สศช. เดินหน้า เปิดเวทีรับฟังความเห็น กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และปริมณฑล สู่การจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ​

สศช. เดินหน้า เปิดเวทีรับฟังความเห็น กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และปริมณฑล สู่การจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 - 2575)

ตามที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เริ่มกระบวนการยกร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลบริบทการพัฒนาประเทศและคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกประเทศ การสำรวจความเห็นสาธารณะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนตั้งแต่ต้นกระบวนการ โดยได้เริ่มกระบวนการรับฟังและร่วมอภิปรายความคิดเห็นในระดับพื้นที่เป็นครั้งแรกกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันพุธที่ 19 มีนาคม 2568  ณ จังหวัดขอนแก่น โดยที่ประชุมได้ร่วมหารือถึงทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเน้นการพัฒนาที่ต้องให้ความสำคัญ รวมถึงการปรับปรุงรูปแบบการจัดทำและการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
       เพื่อให้กระบวนการรับฟังความเห็นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันอังคารที่ 1 เมษายน 2568 นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ประกอบด้วย จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี ณ โรงแรม รอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดกาญจนบุรี โดยที่ประชุมฯ ให้ความสำคัญกับจุดเน้นการพัฒนาที่ครอบคลุมหลายมิติ อาทิ การพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด การพัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรด้วยผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยเสนอให้การจัดทำแผน ดำเนินการภายใต้แนวทางที่มุ่งเน้นภารกิจเป็นศูนย์กลาง (Mission-Oriented Planning) บนหลักพื้นฐาน 3 ประการ “ทำได้ง่าย ทำได้ตลอด และทำได้จริง” รวมทั้งการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน อีกทั้งการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ เป้าหมาย และตัวชี้วัดเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน
 
       นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 นายวันฉัตร  สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวจินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สศช. เปิดเวทีรับฟังคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มภาคกลางปริมณฑล ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี โดยที่ประชุมฯ ได้เสนอจุดเน้นการพัฒนาสำคัญ อาทิ การเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ การปฏิรูประบบราชการและการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การยกระดับศักยภาพ SMEs ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งเสนอให้การจัดทำแผน มุ่งเน้นการพัฒนาระบบคัดกรองความสอดคล้องของโครงการจากหน่วยงานภาครัฐกับแผนพัฒนาฯ การให้คำแนะนำและสนับสนุนการจัดทำแผนในระดับจังหวัด ตลอดจนการจัดตั้งคณะทำงาน โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
 
       ในระหว่างเดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม 2568 นี้ สศช. วางแผน เดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในระดับพื้นที่จากหลายภาคส่วน ให้ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัด รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากสาธารณะต่ออนาคตประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งกระบวนการยกร่างกรอบแผนอื่น ๆ ยังคงดำเนินการควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า (ร่าง) กรอบแผน จะแล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อนำไปใช้ในการระดมความเห็นและขอฉันทามติจากประชาชนทุกภาคส่วนในช่วงต้นปี 2569 ทั้งนี้ สศช. จะนำเรียนความก้าวหน้าแก่ทุกท่านเป็นระยะ เพื่อให้กรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ และอยู่บนหลักการของการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
 
ข่าว: กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.)
ภาพ: กลุ่มประชาสัมพันธ์และห้องสมุดสุริยานุวัตร (ปส.)

สภาพัฒน์ เริ่มกระบวนการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) เปิดเวทีรับฟังความเห็นในระดับพื้นที่ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศร่วมกัน

สภาพัฒน์ เริ่มกระบวนการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) เปิดเวทีรับฟังความเห็นในระดับพื้นที่ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศร่วมกัน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เริ่มกระบวนการยกร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลบริบทการพัฒนาประเทศและคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนตั้งแต่ต้นกระบวนการ ซึ่งการจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนกลางและในพื้นที่ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัด เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ สศช. ใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ที่หลากหลาย ตลอดจนสนับสนุนให้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อยู่บนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
 
โดยเมื่อวันพุธที่ 19 มีนาคม 2568 สศช. ได้เปิดเวทีรับฟังและร่วมอภิปรายความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางจากหลากหลายภาคส่วน ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นเวทีแรกของการเริ่มกระบวนการจัดทำกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สศช. เป็นประธานผู้นำการอภิปราย พร้อมด้วยนางสาวจริญญา สายหยุด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สศช. เข้าร่วมการประชุม ที่ประชุมฯ ได้ร่วมหารือถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเน้นการพัฒนาที่ต้องให้ความสำคัญ อาทิ การยกระดับผลิตภาพในภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาคนและเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีผลิตภาพสูงพร้อมรับกับเทคโนโลยีและบริบทการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและแก้ปัญหาคอร์รัปชัน รวมถึงการปรับปรุงรูปแบบการจัดทำและการขับเคลื่อนของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้สามารถหนุนเสริมให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนสามารถนำแผนไปร่วมขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การกำหนดจุดมุ่งเน้นและประเด็นที่ต้องทำอย่างชัดเจนและไม่มากจนเกินไป การมีข้อมูลประกอบที่เพียงพอว่าเรื่องที่ต้องทำนั้น ต้องดำเนินการอย่างไรโดยเฉพาะในระดับพื้นที่ การสร้างความเข้าใจให้แต่ละภาคส่วนสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันได้ การออกแบบโครงสร้างแรงจูงใจที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนการติดตามประเมินผลและสื่อสารภาพรวมความก้าวหน้ากับสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
 
กระบวนการยกร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 จะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า (ร่าง) กรอบแผน จะแล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อนำไปใช้ในการระดมความเห็นและขอฉันทามติจากประชาชนทุกภาคส่วนในช่วงต้นปี 2569 โดยระหว่างนี้ สศช. มีกำหนดเปิดเวทีรับฟังความเห็นในพื้นที่ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัด รวมถึงสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคลกับผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ในการจัดทำและขับเคลื่อนแผน นอกจากนี้ ยังจะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากสาธารณะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้ภายในเดือนเมษายน 2568 โดย สศช. จะนำเรียนความก้าวหน้าแก่ทุกท่านเป็นระยะ เพื่อให้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อยู่บนหลักการของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง 
 
เรื่อง: กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์
ภาพ: สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หมายเหตุ: ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการยกร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้ที่ 
กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (กศว.) โทร 02 280 4085 ต่อ 4425 หรือ srd@nesdc.go.th